ปัจจุบันเราทุกคนต่างได้รับข้อความ SMS จากแบรนด์ต่างๆ มากกว่า 1 แบรนด์ต่อวัน และบางครั้งเราก็มีส่วนร่วมในการเข้าดู กดลิงค์ ไปจนถึงเช็คสินค้า บริการ และโปรโมชั่นอื่น ๆ ถ้ามองในมุมกลับกัน แล้วถ้าเราเป็นเจ้าของธุรกิจที่เป็นคนส่งไม่ใช่คนรับ จะทำยังไงถึงจะทำให้ข้อความที่เราส่งไป สามารถสื่อสารและเข้าถึงลูกค้าได้ทันที เหมือนที่เราได้รับจากแบรนด์อื่นๆ หรือจะทำยังไงให้รู้ถึงภาพรวมการทำงานและข้อมูลเชิงลึกของธุรกิจ เช่น ธุรกิจของเรามีการเข้าถึงมากแค่ไหน คนรู้จักธุรกิจของเรารึเปล่า รวมไปถึงลูกค้ามี Reaction ต่อธุรกิจของเรายังไง ผู้อ่านเองก็คิดเรื่องนี้เหมือนกันใช่มั้ยคะ
ซึ่งบอกเลยว่า นอกจากโซเชียลมีเดีย ยังมีอีก 1 ช่องทาง ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องมือทางธุรกิจ ที่ธุรกิจใหญ่ ๆ หลายธุรกิจเลือกใช้สำหรับสถานการณ์นี้ นั่นก็คือ SMS API
ดังนั้นวันนี้ SMSMKT จะตอบทุกคำถามที่คุณอาจสงสัยเกี่ยวกับ SMS API เช่น SMS API คืออะไร, มีข้อดีข้อเสียยังไง, ธุรกิจนำไปใช้ในลักษณะไหน, และจะเลือกบริการ SMS API ให้เหมาะสมกับธุรกิจได้ยังไง
ก่อนอื่น API คืออะไร ? API หรือ Application Programmable Interface คือซอฟต์แวร์ตัวกลางที่ทำหน้าที่ เชื่อมต่อแอปพลิเคชั่นหรือระบบตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป ให้สามารถทำงานร่วมกันได้ ดังนั้น SMS API คือ API ที่เชื่อมต่อโปรแกรมต่างๆ เข้ากับระบบ SMS ซึ่งส่วนใหญ่ใช้กับระบบ CRM ในการสะสมแต้ม เช่น เราบอกเบอร์โทรเพื่อสะสมแต้มกับซุปเปอร์มาร์เก็ต ต่อมาจะได้รับการแจ้งเตือน ว่าได้กี่แต้มหลังการซื้อ หรือการรับรหัส OTP ผ่านมือถือ ตอนเปิดบัญชีใหม่ที่ธนาคาร เป็นต้น
1. การวัดผลด้านประสิทธิภาพของแคมเปญ
เพราะการเชื่อมต่อระหว่าง 2 โปรแกรม ไม่ว่าจะเป็น POS หรือ CRM การใช้ SMS API ช่วยให้รู้ถึงข้อมูล เชิงลึกของธุรกิจ เพราะระบบ API เองมักจะมากับระบบประมวลผลกิจกรรม เช่น CTR (Click Through Rate) หรือการแสดงผลลัพท์แบบ Real Time ดังนั้นการใช้งานระบบ SMS API จะมีข้อดีในเรื่องการวัดผลและการ ประเมินแคมเปญ ทำให้ธุรกิจสามารถพัฒนาในด้านประสิทธิภาพและกลยุทธ์ได้อย่างต่อเนื่อง
2. การเชื่อมต่อที่ยืดหยุ่น
เพราะระบบ SMS API สามารถเชื่อมต่อกับระบบต่างๆ เช่น ระบบ CRM ที่ยกตัวอย่างไปก่อนหน้านี้ ระบบการตลาด ระบบความปลอดภัย รวมไปถึงระบบภายในต่างๆขององค์กรณ์ ดังนั้นการเชื่อมต่อ SMS API เข้ากับระบบอื่นๆจึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมของธุรกิจ เช่น องค์กรณ์หรือธุรกิจสามารถส่งแจ้งเตือนสำคัญภายให้พนักงานทั้งหมดได้อย่างรวมเร็ว โดยไม่ต้องติดประกาศ และรอให้พนักงานมาอ่าน
3. ดึงความสนใจผู้ใช้บริการหรือลูกค้าได้ทันที
เพราะระบบ SMS API เป็นระบบที่สามารถ Personalize ข้อความ ทำให้ธุรกิจสามารถปรับแต่งข้อความ ให้เหมาะสมกับประเภทกลุ่มลูกค้า กับความต้องการที่อิงจากข้อมูลที่มี ดังนั้น SMS API จึงเป็นอีกหนึ่ง ฟีเจอร์ของ SMS Marketing ที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของการเปิดอ่านข้อความได้สูงสุด
1. ข้อจำกัดด้านความยาวข้อความ
เพราะข้อความ SMS มาตรฐานมีความยาวที่ 160 ตัวอักษร สำหรับภาษาอังกฤษ และสั้นลงเหลือประมาณ 70 ตัวอักษรสำหรับภาษาไทย ดังนั้นหากข้อความมีเนื้อหายาวเกินไป ระบบจะคิดว่าเป็นการส่งเป็นหลายข้อความ จึงทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น
2. ข้อกำหนดทางกฎหมายและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ
ตามหลักกฏหมายประเทศไทย ทุกธุรกิจที่ส่งข้อความ SMS จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ กสทช. หรือข้อกำหนดท้องถิ่นในแต่ละประเทศหากส่งออกข้อความไปต่างประเทศ เช่น การขอความยินยอม (Opt-in) ในการส่งข้อความ และการอนุญาติให้ผู้รับสามารถยกเลิกการรับข้อความ (Opt-out) ดังนั้นเพราะข้อกำหนด บางครั้งการส่งข้อความอาจจะส่งไปไม่ถึงผู้รับ ทำให้ธุรกิจเสียเงินเปล่าได้เช่นกัน
1. เพื่อการตลาดดิจิทัลและการขาย (Digital marketing and sales)
ซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในประเทศไทย ใช้ SMS API แจ้งให้ลูกค้าทราบเกี่ยวกับกับสินค้าที่ค้างอยู่ในตะกร้า ทำให้ลูกค้ารู้ว่าสินค้าที่ตัวเองสนใจตอนนี้ยังไม่ได้ทำการสั่งซื้อ
ตัวอย่าง: SMSMKT: สินค้าอยู่ในตะกร้ารอคุณอยู่ กดรับส่วนลดเพื่อสั่งซื้อได้เลยที่ [https://smsmkt.com/]
2. เพื่อการแจ้งเตือนและการเตือนความจำ (Notifications)
แพลทฟอร์ม E-commerce ในประเทศไทย ใช้ SMS API ในการแจ้งเตือน เกี่ยวกับการยืนยันคำสั่งซื้อสินค้า อัปเดตสถานะการจัดส่ง ทำให้ลูกค้าทราบถึงการอัพเดตสถานะของสินค้าได้แบบ real time
ตัวอย่าง: SMSMKT: Your package is out for delivery. More information: [https://smsmkt.com/]
3. การดูแลลูกค้า (Customer care and Reminders)
ร้านมือถือและผู้ให้บริการด้านไอที ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนลูกค้าผ่านการแชทบนเว็บไซต์ โดยมีการคอนเฟิร์มการเข้ารับบริการผ่านข้อความ SMS และมีการส่ง Reminder เพื่อลดการ No show ได้ถึง 38%
ตัวอย่าง: SMSMKT: คอนเฟิร์มการเข้ารับบริการที่ SMS Store สาขา Central World [https://smsmkt.com/]
นอกจาก SMS API ทาง SMSMKT มีอีก 1 ฟีเจอร์ที่เหมาะกับการดูแลลูกค้า นั่นคือ SMS Two-way เพราะเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่รวดเร็วและสะดวกในการตอบคำถามของลูกค้า และเมื่อใช้ร่วมกับ Conversational Platform ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจสามารถให้บริการได้ตลอด 24/7 และช่วยลดภาระของทีมซัพพอร์ตลูกค้า
จากมุมมองของผู้เขียนเอง อยากจะบอกกับผู้อ่านทุกคนว่าสิ่งสำคัญที่ทุกธุรกิจต้องใช้พิจารณาผู้ให้บริการ SMS API นั่นก็คือ
ทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่สามารถยืนยันได้ว่าการเชื่อมต่อหรือการให้บริการจะมีความปลอดภัยและสะดวกสูงสุด และผู้เขียน อยากจะแนะนำ 1 ผู้ให้บริการ SMS API ในประเทศไทยที่สามารถครอบคลุม 4 ข้อพื้นฐานด้ายความปลอดภัยและการให้บริการข้างต้น นั่นก็คือ SMSMKT [ https://smsmkt.com/en/ ] เพราะ ;
SMSMKT มีโครงสร้างระบบที่เชื่อมต่อกับผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือโดยตรง ผ่าน SMS Gateway คุณภาพสูง ทำให้การส่งข้อความมีความรวดเร็ว เสถียรด้วย SLA Level ถึง 99.99% และสามารถส่ง SMS ปริมาณมากได้ในเวลาอันสั้น
SMSMKT ให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าแบบ Real-Time Support มีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาและแก้ปัญหาตลอดเวลาในวันทำการ และมีช่องทางติดต่อหลากหลาย เช่น โทรศัพท์, อีเมล, LINE Official Account
เพื่อความมั่นใจสูงสุดของลูกค้า SMSMKT ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยสารสนเทศ ISO/IEC 27001 และมีใบอนุญาตจาก กสทช. เพื่อให้มั่นใจในการป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลและการโจมตีทางไซเบอร์ นอกจากนั้นยังมีมีระบบตรวจสอบและเข้ารหัสข้อมูลในทุกขั้นตอนของการส่งข้อความ เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลสูงสุด
SMSMKT ออกแบบ SMS API ให้เชื่อมต่อกับระบบของลูกค้าได้ง่ายและรวดเร็ว ระบบมีการรองรับหลายภาษาโปรแกรม เช่น Java, PHP, Node.js, .NET Core, Python มีเอกสารและตัวอย่างโค้ด (API Documentation) ที่ชัดเจนในหนังสือคู่มือ และมีทีม Support ช่วยตั้งค่าและทดสอบการเชื่อมต่อจนสามารถใช้งานได้จริง
ดังนั้นหากผู้อ่านกำลังมองหาผู้ให้บริการ SMS API ที่มีความเชี่ยวชาญ เข้าใจทั้งในมุมธุรกิจและลูกค้า สามารถติดต่อสอบถามทาง SMSMKT ได้ที่
Line : @smsmkt หรือ โทร 02-217-7990