3 วิธีเขียนข้อความ Follow-up SMS ให้ลูกค้าซื้อของในตะกร้า

author avatar Benz Waraporn

จากสถิติพบว่า มากกว่า 70% ซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์ทุกสัปดาห์ และ 68 % ซื้อผ่านโทรศัพท์มือถือ ซึ่งหมายความว่า ทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น วันทำงาน หรือวัยไหนๆ ทุกคนต่างซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามในมุมมองเจ้าของธุรกิจกลับไม่ได้ดีเสมอไป เพราะปัญหาที่พบบ่อยที่สุดสำหรับเจ้าของร้านหรือธุรกิจร้านค้าออนไลน์ ก็คือ “ลูกค้ากดสินค้าแล้วไม่กดชำระเงิน” พฤติกรรมนี้เกิดจากการเปรียบเทียบราคาในหลายๆช่องทางก่อนตัดสินใจซื้อ ที่เรียกว่า “การทิ้งตะกร้า” ซึ่งอัตราทิ้งตะกร้านับแค่ในภูมิภาคเอเชีย ก็มีมากถึง 76% เลยทีเดียว

และเพื่อแก้ปัญหานี้ หลายๆธุรกิจจึงเริ่มหันมาใช้ Follow-up SMS หรือการส่งข้อความติดตามลูกค้า เพื่อเตือนและกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาตัดสินใจซื้อของที่อยู่ในตะกร้า แต่หลายๆธุรกิจก็ยังออกแบบแพทเทิร์นข้อความได้ไม้ดีพอ  ดังนั้นเพื่อสนับสนุนธุรกิจ E-commerce วันนี้ SMSMKT ขอแชร์ 3 วิธีเขียน Follow-up SMS ยังไงให้ได้ผล พร้อมเจาะลึกประโยชน์ของ SMS Tracking ฟีเจอร์ที่จะช่วยให้ธุรกิจคุณไม่ต้องกังวลเรื่องการทิ้งตะกร้า ทำแคมเปญได้ง่ายและมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

3 วิธีเขียน Follow-up SMS ยังไงให้ได้ผล

 

วิธีที่ 1:  เขียนด้วยข้อความกระชับ ชัดเจน และตรงประเด็น

เพราะพฤติกรรมของลูกค้าออนไลน์ โดยเฉพาะผู้ใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ ด้วยหน้าจอและแท็ปแจ้งเตือนที่มีขนาดจำกัด การเขียน SMS จึงควรสั้น กระชับ และตรงประเด็น สามารถเข้าใจได้ทันที เพื่อให้ผู้รับเข้าใจว่า “คุณต้องการให้เขาทำอะไร” หรือ “เขาจะได้อะไรจากการอ่านข้อความนี้”  

ตัวอย่างเช่น 

  • คุณยังไม่ได้ชำระเงินสำหรับสินค้าที่เลือก ทำให้การสั่งซื้อเสร็จสมบูรณ์เลยตอนนี้  [https://smsmkt.com]
  • อย่าลืม! สินค้าของคุณยังอยู่ในตะกร้า กดชำระเงินเลยตอนนี้ ที่: [https://smsmkt.com]

ในข้อนี้ เคล็ดลับสำคัญที่จะทำให้ผู้รับเปิดอ่านข้อความมากขึ้น ธุรกิจควรจำกัดความยาวของข้อความ ให้สั้น แต่มีความกระชับ หรือใช้ Call to Action ที่ชัดเจน เช่น “กดชำระเงิน”หรือ “คลิกเพื่อสั่งซื้อ” และถ้าหากมีลิงก์ ควรเป็นลิงก์ที่มี Domain ตรงกับ Sender Name เพื่อให้ผู้รับมั่นใจในการกดลิงก์ ตามข้อกำหนดของกสทช.

 

วิธีที่ 2: เพิ่มความเร่งด่วนในข้อความ (Sense of Urgency)

ในการเขียนข้อความ Follow-up การกระตุ้นด้วย “เวลา” หรือ “จำนวนสินค้าที่จำกัด” ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าถ้าไม่ตัดสินใจตอนนี้ อาจพลาดโอกาสสำคัญไปตลอดกาล ดังนั้นหากธุรกิจ เพิ่มคำว่า “วันนี้เท่านั้น” หรือ “เฉพาะ 10 คนแรก” ในข้อความ ก็จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจในการสั่งซื้อสินค้าเร็วขึ้น 

ตัวอย่างเช่น

  • รีบกดสั่งซื้อ! สินค้าที่คุณเลือกเหลือเพียง 2 ชิ้นสุดท้าย [https://smsmkt.com]
  • โปรโมชั่นพิเศษสำหรับคุณ หมดเขตเที่ยงคืนนี้เท่านั้น [https://smsmkt.com]
  • โค้ดส่วนลดจะหมดอายุในอีก 24 ชั่วโมง ใช้ซื้อของในตะกร้าเลย [https://smsmkt.com]

ซึ่งการที่จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจเร็วขึ้น เคล็ดลับที่สำคัญเลยก็คือ ใช้ตัวเลข เช่น “เหลือเพียง 3 ชิ้น” หรือ “หมดเขตใน 12 ชั่วโมง” หรือ ใช้คำที่ให้ความรู้สึกเร่งด่วน เช่น “ด่วน!” หรือ “ตอนนี้” และถ้าหากธุรกิจมีระบบ Countdown Timer ในเว็บไซต์ ให้ใส่ที่หน้าการสั่งซื้อไปด้วย เพื่อทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าดีลนี้มีเวลาจำกัด และเพื่อสร้างความกดดันในการสั่งซื้อ กรณีลูกค้าใช้โค้ดส่วนลดพิเศษ

 

วิธีที่ 3: เพิ่มสิทธิพิเศษหรือข้อเสนอพิเศษเข้าไปในข้อความ

หลายครั้งที่ลูกค้าลังเลเพราะยังไม่มีแรงจูงใจในการซื้อมากพอ หรืออาจจะยังเปรียบเทียบราคากับแบรนด์อื่นหรือช่องทางอื่นอยู่ ดังนั้นการใส่สิทธิพิเศษหรือข้อเสนอพิเศษใน Follow-up SMS จึงเป็นอีกวิธีที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการของธุรกิจ เช่น ส่วนลด ค่าจัดส่งฟรี หรือของแถมพิเศษ 

ตัวอย่างเช่น

  • ชำระเงินตอนนี้ รับส่วนลดเพิ่ม 10% [https://smsmkt.com]
  • ฟรีค่าจัดส่ง! หากสั่งซื้อภายในวันนี้ [https://smsmkt.com]
  • เช็คเอาท์ของในตระกร้าตอนนี้ รับของแถมพิเศษฟรีทุกออเดอร์ [https://smsmkt.com]

คล็ดลับในข้อนี้อยู่ตรงที่ หากลูกค้าสั่งซื้อ ข้อเสนอที่ให้ต้อง “เป็นจริง” และ “วัดผลได้” เช่น เคลมส่วนลดผ่านการคลิกลิงก์ แล้วลดราคาจริง ไม่หลอก หรือการใช้คำที่ให้ความรู้สึกพิเศษ เช่น “เฉพาะคุณ”, “พิเศษสำหรับสมาชิก” หรือ “โอกาสเดียวเท่านั้น” และหากมีเงื่อนไข ควรใส่เงื่อนไขให้ชัดเจน เช่น “หมดเขตวันนี้เท่านั้น” หรือ “สำหรับ 50 ออเดอร์แรก”  เป็นต้น

 

SMS Tracking ตัวช่วยที่จะทำให้ธุรกิจไม่ต้องกังวลเรื่องทิ้งตะกร้า

ถึงแม้ว่าหลายธุรกิจจะพยายามแก้ปัญหาการทิ้งตะกร้าด้วยการส่งข้อตความ Follow-up แต่กลับไม่รู้เลยว่า ข้อความที่ส่งไปนั้นลูกค้าเปิดอ่านจริงหรือไม่ กดลิงก์กลับมารึเปล่า หรือข้อความที่ส่งไปตรงกับความต้องการของลูกค้าไหม เพราะปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่แค่ “การส่ง” แต่คือ “การไม่รู้ผลลัพธ์หลังการส่ง” ซึ่งทำให้ธุรกิจไม่สามารถวัดประสิทธิภาพของแคมเปญ และไม่รู้ว่าควรปรับปรุงอย่างไรให้ดีขึ้น

ซึ่งการติดตามผลลัพท์หลังการส่งนี่เอง คือจุดแข็งของ SMS Tracking ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจไม่เพียงแค่ส่งข้อความ แต่ยังสามารถติดตามพฤติกรรมของลูกค้าได้อย่างละเอียด ตั้งแต่การเปิดอ่าน คลิกลิงก์ ไปจนถึงการเปรียบเทียบว่าส่งข้อความแบบไหนที่สร้างยอดขายได้จริง และด้วยข้อมูลเหล่านี้ ธุรกิจสามารถปรับข้อความให้ตรงจุด สร้างข้อเสนอที่ใช่ และเลือกเวลาส่งที่เหมาะสมที่สุด ทำให้ Follow-up SMS ไม่ใช่แค่  “ข้อความเตือน” แต่กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยปิดการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ประโยชน์ของ SMS Tracking ในการเขียน Follow-up SMS

 

  1. สามารถวัดอัตราการเปิดอ่าน (Open Rate) ของแคมเปญได้ พร้อมกับการประมวลผล
    ธุรกิจจะรู้ได้ว่าลูกค้าเปิดอ่านข้อความกี่เปอร์เซ็นต์ และสามารถปรับเวลาในการส่งให้เหมาะสม เช่น ส่งช่วงเช้าหรือช่วงเย็น เพื่อให้เกิดอัตราการแปลงเป็นลูกค้าสูงสุด
  2. มีระบบติดตามการคลิกลิงก์ (Click-through Rate – CTR)
    หากมีการแนบลิงก์ในข้อความหรือแคมเปญ ระบบสามารถวัดได้ว่ามีกี่คนที่คลิกลิงค์ ทำให้ธุรกิจรู้ว่ามีลูกค้ากี่คนที่สนใจธุรกิจของตนเอง และจะทำยังไงหากต้องการเพิ่มฐานลูกค้า
  3. ช่วยประเมิน ROI ของแต่ละแคมเปญ
    ธุรกิจจะรู้ว่า SMS ที่ส่งออกไปสร้างยอดขายได้มากน้อยแค่ไหนเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายที่ลงทุน หรือ ROI จากการคำนวนรายจ่ายและรายรับจากการขายและทำแคมเปญทั้งหมด
  4. ทำ Segmentation ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    ธุรกิจสามารถแบ่งกลุ่มลูกค้าที่ “เปิดอ่านแล้วแต่ไม่กดซื้อ” กับ “ลูกค้ากดซื้อทันที” จากการทำ segmentation ของแคมเปญ เพื่อนำไปทำการตลาดแบบ Personalized ในอนาคต
  5. ช่วยให้ธุรกิจปรับปรุงกลยุทธ์ได้ทันที
    เมื่อเห็นผลลัพธ์แบบ Real-time จากระบบ SMS Tracking ธุรกิจก็สามารถปรับข้อความ ข้อเสนอ หรือเวลาในการส่ง เพื่อเพิ่มโอกาสในการปิดการขายในรอบต่อไป

 

ทำไมควรใช้  SMS Tracking ของ SMSMKT ในการเขียนข้อความ Follow-up 

 

การทำ Follow-up ให้ได้ผลต้องอาศัยทั้ง การเขียนข้อความที่ดี และ ระบบที่มีประสิทธิภาพ หากคุณกำลังมองหาแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ครบจบในที่เดียว SMSMKT คือทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด เพราะ; 

  • SMSMKT รองรับการส่งข้อความจำนวนมาก ธุรกิจสามารถส่งออกแคมเปญได้อย่างรวดเร็ว
  • SMSMKT มีระบบ SMS Tracking ให้คุณติดตามผลได้ละเอียด รายงานผลได้ทั้งแบบรูปและข้อความ ทำให้การประเมินผลสะดวกและเข้าใจง่าย
  • SMS Tracking จาก SMSMKT สามารถเชื่อมต่อผ่าน API ใช้งานง่าย เหมาะกับทุกแพลตฟอร์ม และทุกธุรกิจ
  • สามารถใช้กับบริการอื่นๆ เสริมได้ เช่น SMS 2Way, MMS และ Location-Based Service เพื่อเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าให้กับทุกธุรกิจ

 

ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าเล็กหรือธุรกิจใหญ่ SMSMKT จะช่วยตามลูกค้ากลับมา และเปลี่ยนการทิ้งตะกร้าให้กลายเป็นยอดขายจริง อย่างมีประสิทธิภาพ

สนใจ SMS Tracking ติดต่อเราได้เลย : https://page.line.me/smsmkt?openQrModal=true

หรือโทร 02-217-7990

 

ติดต่อ SMSMKT ผ่าน LINE