ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น Click-bait หรือ Mass Marketing ทำให้รู้ว่าการดึงดูดความสนใจเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว เพราะสิ่งที่ธุรกิจต้องการจริง ๆ คือ “การกระทำ” ที่ตามมาหลังจากลูกค้าเห็นข้อความหรือแคมเปญของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการกดลิงก์เพื่อดูสินค้า กรอกแบบฟอร์ม ลงทะเบียน หรือสั่งซื้อทันที
ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในยุคนี้จึงไม่ได้วัดแค่ยอดวิวหรือจำนวนคนเปิดอ่าน แต่ต้องมองให้ลึกถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงหลังจากการส่งออกแคมเปญ และตัวชี้วัดสำคัญที่จะบอกได้ว่ากลยุทธ์การตลาดของธุรกิจนั้นได้ผลจริงหรือไม่ ก็คือ Conversion Rate หรือ อัตราการแปลงเป็นลูกค้า ซึ่งตัวเลขนี้จะสะท้อนโดยตรงถึงประสิทธิภาพของทุกข้อความและแคมเปญที่ส่งออกไป
ซึ่งการสร้าง Conversion ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ดังนั้นเราควรรู้จักก่อนว่า Conversion Rate คือ อะไร ทำไมถึงสำคัญต่อธุรกิจ และทริกในการส่งออกแคมเปญ SMS เพื่อสร้าง Conversion อย่างมีประสิทธิภาพ
อัตราการแปลงเป็นลูกค้า หรือ Conversion Rate คือ เปอร์เซนต์ของผู้ที่ทำกิจกรรมตามเป้าหมายที่คุณตั้งไว้ เทียบกับจำนวนผู้ที่เห็นหรือได้รับข้อความจากคุณทั้งหมด ซึ่งเป้าหมายที่ว่าอาจจะเป็นได้ตั้งแต่การคลิกลิก์ การกดเข้าชมเว็บไซต์ ไปจนถึงการสั่งซื้อ เป็นต้น
และจะรู้ได้อย่างไรว่า Conversion ที่ได้เป็นยอดที่ดีแล้วหรือไม่ ซึ่งสูตรคำนวณ Conversion Rate นั้นสามารถคำนวณเองได้ง่ายๆ นั่นก็คือ
Conversion Rate = (จำนวน Conversion ÷ จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด) × 100
ตัวอย่างเช่น :
หากธุรกิจส่ง SMS ไปให้ลูกค้า 1,000 คน มีลูกค้า 60 คนที่คลิกลิงก์ในข้อความเพื่อเข้าเว็บไซต์และซื้อสินค้า
ดังนั้น Conversion Rate = (60 ÷ 1,000) × 100 = 6% ซึ่งสามารถสรุปได้ว่า ในทุก ๆ 100 คนที่เห็นข้อความของคุณ มี 6 คนที่ “ลงมือทำตามเป้าหมาย” ที่คุณตั้งไว้นั่นคือการคลิกลิงก์นั่นเอง
คำตอบง่ายๆก็คือ การเข้าใจ Conversion Rate คือสิ่งที่ทำให้ธุรกิจรู้ว่าอะไรทำงานได้มีประสิทธิภาพ และอะไรควรปรับปรุง ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ กับธุรกิจที่เน้นการทำ Online Marketing เพราะ ;
ไม่ว่าจะเป็น SMS, Email หรือการทำโฆษณาออนไลน์ การรู้ Conversion Rate จะทำให้ธุรกิจประเมินได้ว่า ข้อความหรือแคมเปญที่ส่งไป ตรงกลุ่มเป้าหมาย โดนใจลูกค้ารึเปล่า และกลยุทธ์การตลาดที่ใช้อยู่สร้าง “ผลลัพธ์” ทางธุรกิจได้มากน้อยแค่ไหน เพราะฉนั้นยอดดู หรือ impression อาจจะไม่สำคัญเท่ากับยอดขายที่เกิดขึ้นจริง ผู้อ่านคิดเหมือนกันไหมคะ ?
เพราะ Conversion Rate ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประเภทของสินค้าที่ลูกค้าชอบซื้อ รูปแบบโปรโมชั่นที่ตรงกับความต้องการ หรือเวลาที่มีการคลิกลิงก์มากที่สุด ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นประโยชน์กับธุรกิจอย่างมาก เพราะจะช่วยให้ดีไซต์แคมเปญ ออกแบบโปรโมชั่น หรือเลือกเวลาการส่งออกแคมเปญที่เหมาะสมและตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจมากที่สุด
เมื่อธุรกิจเก็บข้อมูลเชิงสถิติของ Conversion Rate ไว้อย่างต่อเนื่อง ธุรกิจจะสามารถใช้ตัวเลขนี้ในการคาดการณ์ยอดขายและวางแผนแคมเปญต่อไปได้อย่างแม่นยำ อย่างเช่นถ้า Conversion Rate เฉลี่ยของธุรกิจคือ 5% และถ้าตั้งเป้าส่งแคมเปญ SMS 20,000 คน ธุรกิจจะสามารถคาดการณ์ได้ว่าอาจมีลูกค้า 1,000 คนที่ตอบสนอง ซึ่งจะช่วยให้การเตรียมสินค้าเพียงพอต่อผู้ซื้อ ไม่เสียโอกาศในการขาย
เพราะใน 1 ข้อความ SMS จำกัดเพียง 160 ตัวอักษรในภาษาอังกฤษ และ 70 ตัวอักษรในภาษาไทยเท่านั้น ดังนั้นการใช้คำทุกคำต้องมีเข้าใจง่าย กระชับ และตรงประเด็น ซึ่งในข้อความควรตอบได้ทันทีว่า ลูกค้าจะได้อะไรจากการอ่านข้อความ และถ้าอ่านเสร็จแล้วต้องทำอะไรต่อ เพราะจะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้เร็วขึ้น และเพิ่มโอกาสในการเกิด Conversion ได้ทันที
ตัวอย่างข้อความที่ดี: พิเศษเฉพาะวันนี้! ลดทันที 25% เมื่อสั่งซื้อผ่านลิงก์นี้ก่อน 21.00 น. คลิกเลย [www. SMSMKT.com]
การส่งข้อความแบบกว้างๆ ไปยังทุกคน อาจจะทำให้สิ้นเปลืองเงินโดยไม่จำเป็น เพราะปัจจุบันการสื่อสารที่เฉพาะกลุ่มทำให้สิ่งที่ธุรกิจจะสื่อสารตรงประเด็น และถูกกลุ่มเป้าหมายมากกว่า ดังนั้นธุรกิจควรทำ Segmentation หรือ การแบ่งลูกค้าเป็นกลุ่มตามพฤติกรรมและความสนใจ เพราะการสื่อสารแบบเฉพาะเจาะจง จะช่วยให้ลูกค้ารู้สึกพิเศษ ใกล้ชิดกับธุรกิจ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการตอบสนองต่อข้อความมากขึ้น
ตัวอย่างข้อความที่ดี: เฉพาะคุณเท่านั้น ! ลูกค้า Gold Member รับส่วนลด 10 % หากแสดงข้อความนี้หน้าร้านทุกสาขา
หนึ่งในจุดแข็งของ SMSMKT คือระบบ Link Tracking ที่ให้ธุรกิจรู้ได้จาก Smart Dashboard ทันทีว่า มีลูกค้ากี่คนที่คลิกลิงก์ในข้อความ พวกเขาอยู่ที่พื้นที่ไหนของประเทศ และเปิดอ่านข้อความในช่วงเวลาไหนมากที่สุด ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปวิเคราะห์เพื่อปรับกลยุทธ์ได้ทันที เช่น หากธุรกิจพบว่าลูกค้าในกรุงเทพส่วนใหญ่จะคลิกลิงก์ในช่วงเย็น ดังนั้นธุรกิจควรตั้งเวลาส่งออกแคมเปญในช่วง 18.00 น. ซึ่งนี่คือพลังของ Data-Driven Marketing จาก SMSMKT ที่ช่วยให้ทุกข้อความของคุณไม่ใช่การเดา แต่เป็นการวิเคราะห์จากข้อมูลจริง เพื่อการตลาดที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
เพราะการส่งข้อความแบบอัตโนมัติด้วยระบบที่สามารถตั้งเวลาการส่งได้ จะช่วยให้ธุรกิจสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างถูกที่ถูกเวลา ด้วยระบบ SMS Marketing Automation จากการทำงานร่วมกันระหว่าง SMSMKT และ Chatcone ที่สามารถตั้งค่าได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การส่งข้อความอัตโนมัติเมื่อมีลูกค้าใหม่ แจ้งเตือนโปรโมชั่น ส่งข้อความวันเกิดพร้อมคูปองส่วนลด หรือติดตามลูกค้าและสามารถดึงลูกค้ากลับมาหากหายไปนาน ซึ่งการทำงานแบบอัตโนมัติจะช่วยสร้างประสบการณ์ที่เฉพาะให้กับลูกค้า ทำให้พวกเขารู้สึกว่าแบรนด์เข้าใจและใส่ใจ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ Conversion Rate
การวัดผลคือขั้นตอนที่มักถูกละเลย เพราะธุรกิจอาจจะคิดว่า ส่งออกแล้วคืองานเสร็จ แต่จริง ๆ แล้ว การวัดผลแคมเปญคือ “หัวใจของการเพิ่ม Conversion” ด้วย Dashboard ของ SMSMKT คุณสามารถดูข้อมูลสำคัญได้แบบเรียลไทม์ เช่น จำนวนข้อความที่ส่งและเปิดอ่าน อัตราการคลิกลิงก์ (CTR) Conversion Rate ของแต่ละแคมเปญ ซึ่งมีข้อดีคือ ธุรกิจสามารถเปรียบเทียบแคมเปญก่อนหน้าเพื่อหาจุดที่ควรปรับปรุง รู้ได้ทันทีว่าโปรโมชั่นแบบไหนขายดีสุด และสามารถปรับปรุงแคมเปญต่อไปให้มีประสิทธิภาพและตรงจุดมากขึ้นได้
เพราะปัจจุบันธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่แค่ธุรกิจที่ “ยิงโฆษณาได้เยอะ” แต่คือธุรกิจที่ “วัดผลได้จริง และปรับปรุงได้ต่อเนื่อง” ดังนั้นการเข้าใจ Conversion Rate ทำให้ธุรกิจรับรูปแบบรูปธรรมถึงการทำงานและประสิทธิภาพของแคมเปญตัวเอง และเมื่อจับคู่กับเครื่องมืออย่าง SMS Marketing และ Chatcone ที่สามารถทำ automation ได้ จะทำให้ธุรกิจะสามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
และไม่ว่าคุณจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือองค์กรใหญ่ SMSMKT พร้อมช่วยคุณเปลี่ยนทุกข้อความให้กลายเป็นยอดขายได้จริง
ติดต่อเราเลยตอนนี้ คลิก : @SMSMKT