รู้หรือไม่ว่า SMS Marketing มีอัตราการเปิดอ่านสูงถึง 98% เมื่อเทียบกับช่องทางการโปรโมทอื่นๆ แต่หลายธุรกิจกลับไม่ได้ผลลัพธ์เท่าที่ควร เพราะส่งข้อความหรือส่งแคมเปญไม่ตรงเวลา ทำให้ลูกค้าไม่เห็น ไม่อ่าน และไม่คลิก ดังนั้นทุกวันนี้เขียนดีอย่างเดียวอาจไม่พอ ต้องรู้จักเวลาการส่งแคมเปญด้วย เพราะถ้าส่งตอนที่ลูกค้า “ว่าง”และ”พร้อมเปิดรับ” จะทำให้อัตราการตอบรับแคมเปญจะมีมากขึ้น อ้างอิงจากสติถิพบว่า มากกว่า 50% เปิดอ่านข้อความในช่วง Prime Time ภายใน 5 นาที แต่ถึงอย่างนั้นแต่ละธุรกิจเองก็มีช่วงเวลาในการส่งแตกต่างกัน ดังนั้นวันนี้ SMSMKT ขอยกตัวอย่างให้เห็นชัดมากขึ้น ว่าแต่ละธุรกิจมีเวลาการส่งยังไงบ้าง เพื่อให้ได้ผลลัพท์ที่ดีที่สุด
ธุรกิจร้านอาหารเป็นธุรกิจหนึ่งที่มีPrime time ชัดเจนมากที่สุด เพราะลูกค้าส่วนใหญ่จะมาใช้บริการในช่วง เช้า พักกลางวัน ตอนเย็น หรือช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งถ้าหากร้านอาหารนั้นๆไม่ได้เปิดทั้งวัน ตังนั้นการส่งแคมเปญ SMS เพื่อให้ได้ผลตอบรับสูงสุด ควรอยู่ในระยะเวลาช่วงที่ใกล้เวลาพัก หรือเป็นช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่ต้องทานอาหาร
ช่วงเวลาที่ลูกค้าร้านอาหารพร้อมเปิดอ่านมากที่สุด คือ
07.00 – 09.00 น.: เริ่มต้นวันด้วยโปรโมชั่น Breakfast Set
11.00 – 13.00 น.: โปรโมชั่น Quick Lunch สั่งภายใน 12.00-13.00 รับส่วนลด 10%
17.00 – 21.00 น.: Happy Mother Day พาคุณแม่มาทาน Dinner ลดทันที 12 %
ถ้าธุรกิจอยากให้กลยุทธ์การส่งตามช่วงเวลาแม่นยำมากขึ้น ควรแบ่งกลุ่มลูกค้าตามเวลาที่เข้าใช้บริการจริง อาจจะเก็บ DATA ช่วงเวลาที่เข้ามาให้บริการมากที่สุดหรือเวลาที่ลูกค้าแต่ละคนบอกเบอร์ membership ด้วย SMS Location-based และ SMS API เมื่อทราบพฤติกรรมของลูกค้าแต่ละกลุ่มแล้ว จะช่วยให้ Personalize ข้อความและโปรโมชั่นให้ตรงกับความต้องการในช่วงเวลาดังกล่าว เช่น ลูกค้าที่เคยมาตอนกลางวัน จะส่งแคมเปญ Quick Lunch เท่านั้น เป็นต้น
สำหรับธุรกิจโรงพยาบาลและสายสุขภาพอื่นๆ แคมเปญ SMS ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องโปรโมชั่นตรวจสุขภาพ ส่งรายงานผลตรวจสุขภาพ หรือการนัดหมายในการเข้ารับการรักษา ดังนั้นธุรกิจนี้จึงต้องส่ง SMS ล่วงหน้า เสมือนการย้ำเตือนให้กับลูกค้า เพราะฉนั้นช่วงเวลาในการส่ง SMS ส่วนใหญ่จึงเป็นช่วงเย็น เพื่อให้ลูกค้ามาให้ช่วงเช้าวันถัดไป
ช่วงเวลาที่ลูกค้าธุรกิจโรงพยาบาลและสุขภาพพร้อมเปิดอ่านมากที่สุด คือ
09.00-11.00 น.: สำหรับโปรโมชั่นแพ็คเกจตรวจสุขภาพ และรายงานผลตรวจ
15.00-18.00 น.: แจ้งการนัดหมายเพื่อเข้ารับการรักษาในวันถัดไป
ในธุรกิจนี้ทาง SMSMKT แนะนำให้ใช้ Reminder Strategy เพื่อลดการ No Show ด้วย SMS-Tracking ซึ่งทางธุรกิจสามารถส่งลิงก์ในการย้ำเตือน หรือเพื่อถามความสะดวกของลูกค้า หากลูกค้าจะเข้าใช้บริการในวันที่กำหนด ให้ลูกค้ากดลิงก์ยืนยัน หรือหากไม่มีการตอบรับ ให้ส่งซ้ำก่อนเวลา 3 ทุ่ม เพราะถ้าดึกกว่านี้อาจจะเป็นการรบกวนแทนการแจ้งเตือนได้
ธุรกิจเสริมความงามเป็นธุรกิจที่ไม่มี Prime time เฉพาะเจาะจง แต่จะเน้นแบบกว้างๆ 2-3 ชั่วโมงต่อครั้ง และให้โปรโมชั่นบ่อยๆ อย่างไรก็ตาม การส่งในช่วงเวลาที่ลูกค้าพร้อมอ่าน จะมีโอกาสและประสิทธิภาพมากกว่า ในการเพิ่มการจองดังนั้นเวลาที่เหมาะสมมักจะเป็นช่วงเวลาว่าง และไม่เช้าจนเกินไป
ช่วงเวลาที่ลูกค้าธุรกิจเสริมความงามพร้อมเปิดอ่านมากที่สุด คือ
08.00 – 10.00 น.: เริ่มต้นด้วยการส่งโปรโมชั่นในช่วงสาย เพราะลูกค้าตื่นตัวแล้ว
12.00 – 13.00 น.: โปรโมชั่นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ / testimonial เพื่อเพิ่มแรงดึงดูด
19.00 – 21.00 น.: โปรโมชั่นราคาพิเศษ จองภายในวันนี้เท่านั้น
สำหรับธุรกิจนี้นอกจาก Urgency Strategy ที่ให้ลูกค้ารีบตัดสินใจ กลยุทธ์ที่น่าสนใจอีกหนึ่งอันก็คือ Segmentation Strategy เป็นการส่งแคมเปญแบบเฉพาะเจาะจงกับพฤติกรรมของลูกค้าที่มาใช้บริการด้วย SMS Tracking เช่น สำหรับลูกค้าที่เคยมาใช้บริการแล้ว ให้ส่งเป็นโปรโมชั่น โค้ดส่วนลด หรือดีลพิเศษอื่นๆ ส่วนลูกค้าใหม่ที่พึ่งลงทะเบียนเข้ามา ให้ส่งเป็น Use case หรือรีวิวที่น่าเชื่อถือ ซึ่งจะทำให้การจองเข้าใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
ธุรกิจการค้าขาย ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญในโซเชียล หรือแคมเปญ SMS จะมีความเหมือนกับตรงที่เวลาการแจ้งโปร แจ้งสินค้าเข้าใหม่ หรืออัพเดตสถานะของสินค้า ดังนั้นการส่งข้อความโดยเฉพาะโปรโมชั่น หรืออัพเดตสินค้าควรเป็นช่วงที่ลูกค้าพร้อมในการเปิดอ่านและพร้อมตัดสินใจมากที่สุด เพราะ E-commerce ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจเล็กๆ การที่ทำให้ลูกค้าเห็นแล้วตัดสินใจเลยถือว่าประสบความสำเร็จในการส่งแคมเปญ
ช่วงเวลาที่ลูกค้าธุรกิจ E-commerce พร้อมเปิดอ่านมากที่สุด คือ
17.00-21.00 น.: ส่งโปรโมชั่นในช่วงที่ลูกค้าไม่ได้มีกิจกรรม และเล่นโทรศัพท์
และสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและมีงบจำกัดอย่าง E-commerce บางครั้งก็จะมีคำถามที่ว่า “แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าแคมเปญที่เราส่งไปจะประสบความสำเร็จ ?” ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาและความสงสัยนี้ ควรใช้เครื่องมือดีๆอย่าง SMS Tracking ที่ธุรกิจสามารถทำ A/B testing กับแคมเปญที่ส่งออก และสามารถรู้ได้จาก Tracking Dashboard ว่าแคมเปญไหนมีการคลิกลิงก์มากที่สุด ทำให้ธุรกิจสามารถจับแนวทางการทำแคมเปญ หรือพัฒนาแคมเปญได้ในอนาคต
จากตัวอย่างที่ให้ บอกเลยว่าแต่ละธุรกิจจะมาส่งเวลาเดียวกันหมดไม่ได้จริงๆ ธุรกิจเองก็ควรศึกษาว่าลูกค้ามีพฤติกรรมการรับแคมเปญ SMS หรือโปรโมชั่นแบบไหน หรือช่วงเวลาไหนมีการเปิดอ่านสูงสุด และหากอยากรู้ข้อมูลเชิงลึก ธุรกิจสามารถเลือกตัวช่วยดีๆ อย่าง SMS Location-Based และ SMS Tracking จาก SMSMKT เพราะมี Dasboard อัจฉริยะ ที่ทำให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงข้อมูลแคมเปญ ซึ่งจะเป็นแนวทางปฏิบัติและพัฒนาธุรกิจได้ ดังนั้นแต่ละธุรกิจต้องเลือกเวลาส่งให้แม่น เพื่อเพิ่มโอกาสในการปิดการขายให้มากขึ้น และธุรกิจไหนที่ทำ SMS Campaign อยู่อย่าลืมเช็คเวลาส่ง เพื่อให้การส่งแคมเปญมีการตอบรับที่ดีนะคะ
ทดลองใช้ SMS Location-Based และ SMS Tracking ได้ที่ : https://page.line.me/smsmkt?openQrModal=true
หรือโทรติดต่อเรา ได้ที่ 02-217-7990