ปัจจุบัน Marketing automation ถือเป็นหนึ่งกลยุทธ์ที่สามารถเปลี่ยนเกมสำหรับธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ E-Commerce การศึกษา การเงิน ประกันภัย หรือธุรกิจบริการทั่วไป ทุกธุรกิจต่างต้องการเข้าถึงลูกค้าได้อย่าง “รวดเร็ว” และ “ตรงกลุ่มเป้าหมาย” ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมการตลาดอาจจะไม่สามารถทำงานแบบ Manual ให้ได้ผลแบบรวดเร็วในบางส่วนได้อีกต่อไป
ซึ่ง Marketing Automation หรือการตลาดอัตโนมัติ ถือเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ยุคใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนำมาผสานกับ SMS Marketing ที่มีอัตราการเปิดอ่าน (Open Rate) สูง และยังเข้าถึงลูกค้าได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต ทำให้ SMS กลายเป็นหนึ่งช่องทางที่เหมาะที่สุดสำหรับการทำ Automation
ดังนั้นบทความนี้จะพาไปรู้จักกับ SMS Marketing Automation คืออะไร ทำไมเครื่องมือการตลาดชนิดนี้ถึงมีประโยชน์ และทำไมถึงใช้กับ SMS ได้อย่างดีเยี่ยม
Marketing Automation หรือ การตลาดอัตโนมัติ คือการใช้ซอฟต์แวร์การตลาดที่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ เช่น การจัดระเบียบขั้นตอนการทำงาน (Workflow) และบริหารจัดการแคมเปญในหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นอีเมล โซเชียลมีเดีย โฆษณาบนอินเตอร์เน็ต หรือเว็บไซต์
Marketing Automation เปรียบเสมือน “อาวุธลับ” ที่ช่วยให้กระบวนการทำการตลาดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะระบบจะทำงานตลอดเวลาเพื่อให้แน่ใจว่าธุรกิจ หรือแคมเปญ ถูกที่ ถูกเวลา และถูกกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งส่งผลให้แคมเปญธุรกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น ได้ข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า และสามารถเห็นการเติบโตของธุรกิจได้อย่างชัดเจน
และถึงแม้ปัจจุบัน จะมีช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายมากขึ้น เช่น Email, LINE OA หรือ Facebook Messenger แต่ SMS ยังคงเป็นเครื่องมือที่มีจุดเด่นเฉพาะตัว เช่น สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทันที เพราะลูกค้าทุกคนมีมือถือ และ SMS ไม่ต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ตในการส่ง ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นช่วงวัยไหน โทรศัพท์รุ่นอะไร ก็สามารถรับแคมเปญได้หมด อีกทั้งยังสามารถทำงานร่วมกับ Automation System ได้อย่างดี ธุรกิจสามารถตั้ง Trigger ตามเงื่อนไข เช่น ลูกค้าที่สมัครสมาชิกใหม่ ตั้งให้ส่ง SMS ต้อนรับ หรือถ้าลูกค้าไม่ตอบกลับ ระบบก็สามารถตั้งการส่ง Reminder ได้ทันที
ดังนั้นการนำ SMS มารวมกับการทำ Automation ช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำมากขึ้น
เพราะการส่ง SMS แบบอัตโนมัติช่วยลดภาระของพนักงาน เช่น การโทรยืนยันการนัดหมาย หรือส่งข้อความแจ้งเตือนลูกค้าทีละราย อีกทั้ง Workflow ที่สร้างขึ้นในระบบสามารถทำงานได้เองตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องมีทีมงานคอยเฝ้าดังนั้นธุรกิจสามารถโฟกัสกับการวางแผน และกลยุทธ์การตลาด เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า หรือการสร้างคอนเทนต์สำหรับการตลาดใหม่ ๆ
2. เข้าถึงลูกค้าได้รวดเร็ว
จากสถิติ พบว่า 90% ของผู้รับ SMS จะเปิดอ่านภายใน 3 นาทีแรก ซึ่งเร็วกว่าช่องทาง Email หรือ Social Media อย่างเห็นได้ชัด และ SMS ถูกส่งถึงมือถือของลูกค้า ภายในไม่กี่วินาที ทำให้เป็นช่องทางที่เหมาะกับการสื่อสารที่ต้องการผลตอบรับทันที เช่น OTP, การแจ้ง Flash Sale หรือข้อความ reminder ก่อนหมดโปรโมชัน ดังนั้นสำหรับธุรกิจที่ต้องการกระตุ้นยอดขายในเวลาสั้น ๆ SMS Automation คือเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
3. สามารถสร้าง Personalized Marketing ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายลูกค้า
ระบบ Marketing Automation ช่วยให้แบรนด์ของคุณสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างถูกที่และถูกเวลา และสร้างประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัว (Personalized Experience) ได้มากกว่าที่เคย ตัวอย่างเช่น
การทำงานแบบนี้ จะสร้างความต่อเนื่องในการสื่อสารที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เมื่อทำอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้า (Customer Engagement) และเสริมสร้างความภักดีต่อแบรนด์ (Customer Loyalty) ได้แบบต่อเนื่อง
4. วัดผลและสามารถปรับปรุงแคมเปญได้ทันที
เพราะ SMSMKT มีระบบ Tracking ที่สามารถวัดผลลัพธ์เชิงลึก เช่น อัตราการเปิดอ่าน (Open Rate), การคลิกลิงก์ (CTR) และอัตราการตอบกลับ (Response Rate) ซึ่งธุรกิจสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้มาปรับปรุงแคมเปญ เช่น เปลี่ยนข้อความ Call-to-Action, ปรับเวลาในการส่ง หรือทดสอบโปรโมชั่นต่าง ๆ (A/B Testing) นอกจากนั้นระบบยังทำงานแบบ Real-time ช่วยให้ธุรกิจไม่ต้องรอรายงานเป็นสัปดาห์ แต่สามารถปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมได้ทันที ซึ่งเหมาะมากในการทำการตลาดอัตโนมัติ
5. สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในการทำการตลาด
เพราะธุรกิจที่ใช้ Automation ผ่าน SMS จะสามารถตอบสนองลูกค้าได้รวดเร็วและตรงใจมากกว่าคู่แข่ง ในขณะที่คู่แข่งยังใช้การสื่อสารแบบ Manual ที่ช้าและไม่เจาะจง ลูกค้าของธุรกิจคุณจะได้รับข้อความที่ “ใช่” ในเวลาที่ “ถูกต้อง” ดังนั้นสิ่งนี้จะช่วยให้ธุรกิจโดดเด่น และสร้างโอกาสในการปิดการขายได้มากกว่า
นอกจาก SMS Marketing ทาง Clicknext มีแพลทฟอร์มอื่นๆที่สามารถทำ Automation ได้ เช่น ;
1. ระบบการตอบกลับอัตโนมัติ จาก Chatcone : ระบบรวมแชทและ AI Chatbot
Chatcone คือแพลตฟอร์ม Omni-Channel Chat ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยธุรกิจบริหารการสื่อสารกับลูกค้าอย่างเป็นระบบ โดยไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนหน้าจอไปมาระหว่างแพลตฟอร์มต่าง ๆ จุดเด่นหลักมีดังนี้:
รองรับ LINE OA, Facebook Messenger, Instagram DM และ Live Chat บนเว็บไซต์ ทำให้ทีมงานสามารถตอบลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น ลดความซับซ้อนจากการใช้หลายเครื่องมือ
ตอบคำถามพื้นฐาน เช่น ราคา, เวลาเปิด-ปิด, สถานะการจัดส่ง ได้ทันที สามารถสร้าง Workflow ที่เชื่อมต่อกับ SMSMKT เช่น เมื่อ Bot แจ้งโปรโมชั่น ระบบสามารถส่ง SMS คูปองเสริมเพื่อปิดการขายได้แบบอัตโนมัติ
2. ระบบ Customer Loyalty : Keptpoint ระบบสะสมแต้ม สำหรับ CRM
Keptpoint คือระบบ Loyalty Program ออกแบบมาเพื่อช่วยธุรกิจสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า ผ่านการ สะสมแต้ม (Points) การแลกรางวัล (Redemption) และการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์อย่างยืดหยุ่น โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับ POS หรือระบบซับซ้อนใด ๆ
เมื่อเชื่อมต่อ Keptpoint เข้ากับ SMSMKT, Chatcone และ ระบบ CRM จะทำให้ธุรกิจสามารถสร้าง Workflow แบบ Automation ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งจะช่วย ;
เมื่อลูกค้าซื้อสินค้า หลังจากสแกนหรือบอกเบอร์โทรสมาชิก ระบบ Keptpoint มอบแต้มสะสม และใช้ SMSMKT ส่งข้อความแจ้งแต้มสะสมทันที และหากลูกค้าใกล้ถึงแต้มแลกรางวัล สามารถใช้ Chatcone หรือ ข้อความจาก SMSMKT แจ้งเตือนให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการอีกครั้งแบบอัตโนมัติ
ระบบ CRM ใน Keptpoint จะเก็บข้อมูลว่าลูกค้าคนไหนอยู่ Tier สูงๆ ซึ่งธุรกิจสามารถตั้ง Automation Rule ในระบบ ให้ ส่งข้อความส่วนลดพิเศษเฉพาะ Tier นั้นเพื่อเพิ่ม Engagement และ Conversion
ดังนั้นการทำ Marketing Automation ด้วย SMS คือการสร้าง Customer Journey ที่เชื่อมต่อทุกช่องทาง ทั้ง SMS, Chat, CRM และ Loyalty Program เพื่อสื่อสารกับลูกค้าอย่างต่อเนื่องและตรงจุด ไม่ใช่แค่การส่งข้อความ แต่คือการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้ครบวงจร และด้วย Ecosystem จาก Clicknext ที่ประกอบด้วย SMSMKT สำหรับการส่งข้อความ, Chatcone สำหรับการจัดการแชท, CRM สำหรับจัดเก็บข้อมูลลูกค้า และ Keptpoint สำหรับ Loyalty Program ธุรกิจจึงเพิ่ม Engagement ปิดการขายได้มากขึ้น และสร้างความภักดีระยะยาว
สนใจบริการ Marketing Automation ครบวงจร ติดต่อ ;
Line : @SMSMKT , @CHATCONE , @Keptpoint