ปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้บริโภคต้องการรับสารที่สั้น กระชับ และสามารถเข้าใจได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องคิดเยอะ เพราะฉนั้นการสื่อสารกับลูกค้าต้องรวดเร็วและตรงจุดที่สุดจะเป็นข้อความสั้น หรือ SMS ที่ยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังของการทำการตลาดที่ต้องการความกระชับและเจาะจง
นอกจากนั้น SMS สามารถเข้าถึงผู้ใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ต อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังการสื่อสารผ่านมือถือที่หลายคนอาจไม่คุ้นหู แต่มีบทบาทสำคัญอย่างมากคือ USSD (Unstructured Supplementary Service Data)
ดังนั้นในบทความนี้เราจะพาไปรู้จักว่า USSD คืออะไร ทำงานอย่างไร มีความแตกต่างจาก SMS อย่างไร และที่สำคัญคือธุรกิจสามารถนำ USSD มาช่วยเพิ่ม Engagement กับลูกค้าได้อย่างไรบ้าง
Unstructured Supplementary Service Data หรือ USSD คือ ระบบสื่อสารแบบข้อความสั้น (Text-based communication) ที่ทำงานผ่านเครือข่ายมือถือโดยไม่ต้องใช้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต โดยทั่วไปผู้ใช้ระบบนี้ จะกดรหัสขึ้นต้นด้วยเครื่องหมายดอกจัน (*) และลงท้ายด้วยเครื่องหมาย #
จากนั้นระบบจะตอบกลับด้วยข้อความโต้ตอบทันที ซึ่งเป็นที่นิยมมาก ในบริการเครือข่ายมือถือ เช่น การเช็คยอดคงเหลือ การสมัครแพ็กเกจ หรือแม้แต่การทำธุรกรรมทางการเงินเบื้องต้น
ตัวอย่างการใช้งาน USSD ที่เราพบเห็นบ่อย ;
ซึ่งสามารถสรุปได้ง่ายๆ ว่า USSD คือ ภาษากลาง ที่ช่วยให้ผู้ใช้มือถือ สามารถเชื่อมต่อกับระบบของผู้ให้บริการหรือธุรกิจได้ทันที เพียงพิมพ์รหัสคำสั่ง ดังนั้น USSD จึงเป็นฟีเจอร์ที่นับว่าเข้าถึงได้ทุกคน และทำงานได้รวดเร็วแบบ Real-time
หลักการทำงานของ USSD คือการสื่อสารแบบ Session-Based Communication ซึ่งก็คือ การสื่อสารระหว่างผู้ใช้งานและผู้ให้บริการ ซึ่งก็คือเครือข่ายมือถือ ที่มีโค้ด หรือรหัสเพื่อรับบริการโดยที่ไม่ต้องมีการ Log-in เช่น เมื่อผู้ใช้กดรหัส เช่น 123# เพื่อเช็คยอดเงินคงเหลือ จากนั้นโทรศัพท์จะส่งคำสั่งไปยังเครือข่ายของผู้ให้บริการ (Mobile Network Operator) เพื่อเปิด “เซสชัน” ขึ้นมา และผู้ให้บริการจะส่งข้อความตอบกลับ ซึ่งข้อความตอบกลับจะเช็คจากหมายเลยที่เปิดเซสชั่น ว่าตรงกับความต้องการหรือ Session Criteria แบบไหน และค่อยส่งข้อความกับ เช่น ยอดเงินของคุณคือ 89.50 บาท
ซึ่งกระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ โดยขั้นตอนจะเป็นดังต่อไปนี้ ;
โดยความโดดเด่นของ USSD คือ ระบบสามารถเปิด “การสนทนาแบบโต้ตอบ” ได้หลายขั้นตอนใน Session เดียว เช่น กด 1 เพื่อสมัครแพ็กเกจรายวัน หรือ กด 2 เพื่อสมัครแพ็กเกจรายเดือน ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกเหมือนกำลังสนทนากับระบบแบบอัตโนมัติ
หลายคนอาจคิดว่า USSD เป็นเพียงรหัสสั้นสำหรับเช็กยอดเงินหรือสมัครแพ็กเกจโทรศัพท์เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ระบบนี้สามารถต่อยอดทางธุรกิจได้อย่างมหาศาล ทั้งในแง่ของ การตลาด (Marketing), การบริการลูกค้า (Customer Service), และการสร้างความภักดีต่อแบรนด์ (Loyalty customer )
ลองจินตนาการถึงลูกค้าของคุณ ไม่จำเป็นต้องมีสมาร์ตโฟน และไม่ต้องดาวน์โหลดแอปใด ๆ แค่เพียงกดรหัสสั้นไม่กี่ตัว ก็สามารถเข้าร่วมกิจกรรม รับคูปองส่วนลด หรือทำแบบสำรวจความพึงพอใจได้ในทันทีทั้งหมดนี้ คือพลังของ USSD ที่มอบการเข้าถึง และความสะดวก ให้กับลูกค้าของคุณ
นอกจากความสะดวกในการเข้าถึงแล้ว USSD มีข้อดีอีกมากมาย เช่น ;
เพราบางครั้ง Simply is The Best ในช่วงที่ทุกคนต้องใส่อีเมลล์เพื่อสมัครสมาชิก หรือแสกนคิวอาร์โค้ด ที่แสนวุ่นวาย ความเรียบง่ายของ USSD กลับกลายเป็นจุดขายสำคัญ เพราะลูกค้าสามารถโต้ตอบกับแบรนด์ได้ทันทีเพียงกดรหัสสั้น ๆ เพียงไม่กี่ตัว ดังนั้น ธุรกิจสามารถใช้ USSD เพื่อสร้างประสบการณ์แบบโต้ตอบ (Interactive Experience) เช่น การสมัครเข้าร่วมโปรโมชั่น การตรวจสอบการแต้มสะสม หรือการตอบแบบสอบถามสั้น ๆ เพื่อแลกรางวัล สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงช่วยเพิ่ม Engagement แต่ยังสร้างภาพลักษณ์ให้ธุรกิจ เป็นธุรกิจที่เข้าใจลูกค้าและใช้งานง่ายอีกด้วย
ต่างจากการส่ง Email Marketing ที่ต้องรอรับข้อความใน Inbox และอาจมีความล่าช้า และไปอยู่ในถังขยะหรือกล่องสแปมบ้าง การสื่อสารผ่าน USSD เกิดขึ้นทันทีแบบ Real-Time Session เมื่อลูกค้ากดรหัส ระบบจะส่งข้อมูลกลับมาในเวลาไม่กี่วินาที ซึ่งในเชิงธุรกิจ ความเร็วระดับนี้หมายถึงโอกาสทางการตลาดและการขาย เพราะการตอบสนองที่ฉับไวช่วยเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า และกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมในขณะนั้นทันที
เมื่อเทียบกับการพัฒนาแอปพลิเคชัน การทำแคมเปญผ่านเว็บไซต์ หรือการซื้อโฆษณาในกูเกิล ระบบ USSD มีต้นทุนที่ต่ำกว่าอย่างมาก แต่สามารถให้ผลลัพธ์ในเชิงการเข้าถึง (Reach) และอัตราการตอบกลับ (Response Rate) ที่สูงกว่า
ดังนั้นการใช้ USSD ธุรกิจจึงไม่ต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานใหม่ เพียงเชื่อมต่อกับระบบ USSD Gateway ก็สามารถสร้างแคมเปญและส่งออกไปในระดับประเทศได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถวัดผลได้ชัดเจน เช่น จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม หรือจำนวนโค้ดที่ถูกใช้งาน เป็นต้น
เพราะการที่ลูกค้าสามารถโต้ตอบกับธุรกิจได้ทันที เป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าธุรกิจให้บริการที่รวดเร็ว และอยากจะใช้บริการในต่อๆ ไป ดังนั้นนี่คือเหตุผลที่ทำให้ USSD เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า (Customer Engagement & Loyalty)
และเมื่อรวม USSD เข้ากับระบบ CRM อย่าง CRMVOLT หรือ Loyalty Platform อย่าง Keptpoint ธุรกิจจะสามารถดูพฤติกรรม ความชอบ หรือรูปแบบแคมเปญที่ทำให้มี Conversion ซึ่งธุรกิจสามารถเก็บข้อมูลลูกค้าแบบ Real-Time และนำไปใช้ในการทำ Personalized Marketing ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ไม่ว่าจะเป็น สถาบันการเงิน ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค ธุรกิจค้าปลีก บริษัทโทรคมนาคม หรือแม้แต่องค์กรภาครัฐ แทบทุกธุรกิจสามารถใช้ USSD เพื่อสื่อสารกับลูกค้าได้ ตัวอย่างเช่น แบรนด์เครื่องดื่มใช้ในกิจกรรมลุ้นรางวัล หรือ หน่วยงานรัฐใช้ในระบบสำรวจข้อมูลประชาชน
1. AIS Plus สิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้า AIS ที่จะได้ส่วนลดจากร้านค้าต่างๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม หรือมีกิจกรรมพิเศษเฉพาะลูกค้า AIS เท่านั้น
2.TMB Beep & Bill Payment บริการแจ้งเตือนอัตโนมัติ ทีเอ็มบี บี๊บ แอนด์ บิล เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อให้ลูกค้ามีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น โดยลูกค้าจะสามารถควบคุมจัดการทุกการจ่ายบิลได้ด้วยตัวเอง
3.โออิชิ ลุ้นรวยทุกชั่วโมง กด *494* ตามด้วยรหัสเลข 10 หลักจากใต้ฝา หรือในกล่องยูเอชที ตามด้วยเครื่องหมาย # และกดโทรออก
4. อิชิตัน ลุ้นรหัสรวยเปรี้ยง กด *488* ตามด้วยรหัส 10 หลักใต้ฝาหรือข้างในกล่อง ตามด้วย #แล้วกดโทรออก
ดังนั้น ถึงแม้ว่าโลกธุรกิจจะเข้าสู่ยุคทองของ AI Chatbot และ Mobile App แต่ USSD ยังคงเป็นรากฐานของการสื่อสารที่เข้าถึงได้จริง โดยเฉพาะในบริบทของตลาดที่หลากหลาย เช่น ประเทศไทย ซึ่งยังมีผู้ใช้งานจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้อย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่ทำให้ USSD แตกต่างจากเทคโนโลยีอื่นไม่ใช่ความซับซ้อน แต่คือ ความเรียบง่ายที่มีประสิทธิภาพ ไม่ต้องติดตั้งแอป ไม่ต้องมี Data และไม่ต้องรอการเชื่อมต่อ เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการสร้าง Engagement ที่แท้จริง มากกว่าการโฆษณาเพียงชั่วคราว
ปรึกษาเกี่ยวกับการใช้งาน USSD จาก SMSMKT ได้แล้ววันนี้
เพิ่ม Engagement ให้ธุรกิจคุณ ง่าย ๆ ติดต่อเรา : @SMSMKT