EmailMKT และ SMSMKT คอมโบการตลาด ยกระดับการเข้าถึงลูกค้าให้ธุรกิจคุณ

author avatar Benz Waraporn

ปัจจุบัน ลูกค้าหนึ่งคนสามารถติดต่อกับแบรนด์ได้ผ่านหลากหลายช่องทาง ตั้งแต่เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย Email Marketing ไปจนถึง SMS Marketing เป็นต้น แต่การมีช่องทางสื่อสารจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าทุกข้อความที่แบรนด์ส่งออกไปจะเข้าถึงลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพเสมอไป EmailMKT

จากความรู้สึกหลายๆ คน การตลาดผ่านการใช้ Email อาจเหมาะกับการนำเสนอข้อมูลที่มีรายละเอียด แต่ลูกค้าบางคนไม่ได้เปิดอ่านอีเมลทันที ขณะที่ SMS สามารถส่งข้อความตรงเข้าสู่โทรศัพท์มือถือได้อย่างรวดเร็ว แต่มีพื้นที่ในการสื่อสารค่อนข้างจำกัด

ดังนั้น แทนที่จะเลือกระหว่าง Email Marketing หรือ SMS Marketing ธุรกิจสามารถนำ EmailMKT และ SMSMKT มาใช้งานร่วมกัน เพื่อสร้างแคมเปญการตลาดที่ครอบคลุมตั้งแต่การให้ข้อมูล กระตุ้นการตัดสินใจ ไปจนถึงการติดตามลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และนี่คือคอมโบการตลาดที่ช่วยให้ธุรกิจส่งข้อความได้ “ถูกช่องทาง ถูกเวลา และเหมาะกับลูกค้าแต่ละคน” มากยิ่งขึ้น

 

EmailMKT คืออะไร?

 

EmailMKT คือแพลตฟอร์ม Email Marketing สำหรับส่งอีเมลไปยังกลุ่มลูกค้าอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นอีเมลประชาสัมพันธ์สินค้า ข่าวสาร โปรโมชัน คอนเทนต์ให้ความรู้ หรืออีเมลที่ทำงานตามพฤติกรรมของลูกค้าโดยอัตโนมัติ

จุดเด่นของ Email Marketing คือสามารถใส่รายละเอียดได้มากกว่าข้อความสั้นทั่วไป ธุรกิจสามารถออกแบบอีเมลให้มีทั้งข้อความ รูปภาพ รายละเอียดสินค้า โปรโมชัน และปุ่ม Call-to-Action เพื่อพาลูกค้าไปยังหน้าที่ต้องการ เช่น หน้าสั่งซื้อสินค้า หน้าลงทะเบียน หรือหน้า Landing Page ของแคมเปญ นอกจากนี้ ธุรกิจยังสามารถแบ่งกลุ่มผู้รับอีเมลตามข้อมูลหรือความสนใจ เพื่อทำให้เนื้อหาที่ส่งออกไปมีความเกี่ยวข้องกับลูกค้าแต่ละกลุ่มมากขึ้น เช่น

  • ส่งสินค้าใหม่ให้ลูกค้าที่เคยซื้อสินค้าในหมวดเดียวกัน
  • ส่งสิทธิพิเศษให้สมาชิกระดับ VIP
  • ส่งอีเมลติดตามผู้ที่ลงทะเบียนแต่ยังไม่ได้ซื้อสินค้า
  • ส่งข้อเสนอแนะนำสินค้าเพิ่มเติมให้ลูกค้าเก่า
  • ส่งบทความให้ความรู้เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย

ดังนั้น EmailMKT จึงไม่ได้เป็นเพียงระบบสำหรับส่งอีเมลจำนวนมาก แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจวางแผนการสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ

 

SMSMKT คืออะไร?

 

SMSMKT คือแพลตฟอร์มสำหรับส่ง SMS Marketing ไปยังโทรศัพท์มือถือของลูกค้าโดยตรง เหมาะสำหรับข้อความที่ต้องการความรวดเร็ว กระชับ และต้องการให้ผู้รับรับรู้ในช่วงเวลาสำคัญ

ข้อดีของ SMS คือผู้รับไม่จำเป็นต้องติดตั้งแอปพลิเคชันเพิ่มเติมหรือเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อรับข้อความ ธุรกิจจึงสามารถใช้ SMS เพื่อเข้าถึงลูกค้าได้หลากหลายกลุ่ม ตัวอย่างการใช้งาน SMSMKT ได้แก่

  • แจ้งโปรโมชันแบบจำกัดเวลา
  • ส่งคูปองส่วนลด
  • ยืนยันการสั่งซื้อหรือการชำระเงิน
  • แจ้งสถานะการจัดส่ง
  • แจ้งเตือนวันนัดหมาย
  • ส่งข้อความติดตามหลังการใช้บริการ เป็นต้น 

ด้วยลักษณะของ SMS ที่สั้นและตรงประเด็น ธุรกิจจึงควรเลือกใช้กับข้อมูลที่สำคัญและมีวัตถุประสงค์ชัดเจน พร้อมระบุสิ่งที่ต้องการให้ลูกค้าทำต่อทันที

 

ทำไมธุรกิจ ควรใช้ EmailMKT และ SMSMKT ร่วมกัน ?

 

เพราะ Email และ SMS มีจุดแข็งแตกต่างกัน ดังนั้นการนำทั้งสองช่องทางมาใช้งานร่วมกันจึงช่วยเสริมข้อจำกัดของกันและกันได้ 

EmailMKT เหมาะสำหรับการอธิบายรายละเอียด สร้างความน่าสนใจ และนำเสนอข้อมูลอย่างเป็นภาพ ขณะที่ SMSMKT เหมาะสำหรับการแจ้งเตือน กระตุ้นการตอบสนอง และสื่อสารข้อมูลสำคัญในช่วงเวลาที่ต้องการความรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น ธุรกิจเปิดตัวแคมเปญลดราคาครั้งใหญ่ สามารถส่งอีเมลเพื่อแนะนำรายละเอียดสินค้า เงื่อนไข และสิทธิพิเศษทั้งหมดก่อน จากนั้นจึงส่ง SMS เตือนลูกค้าในวันสุดท้ายของแคมเปญ พร้อมแนบลิงก์เข้าสู่หน้าสั่งซื้อ

ในกรณีนี้ Email ทำหน้าที่สร้างความสนใจและให้ข้อมูล ส่วน SMS ทำหน้าที่กระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาตัดสินใจก่อนหมดเวลา ดังนั้นคอมโบ EmailMKT และ SMSMKT จึงช่วยสร้าง Customer Journey ที่ต่อเนื่องมากกว่าการส่งข้อความผ่านช่องทางเดียว

 

5 ประโยชน์ของการใช้ EmailMKT และ SMSMKT เป็นคอมโบการตลาด

 

1. เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า ในช่องทางที่หลากหลายมากขึ้น 

เพราะลูกค้าแต่ละคน มีพฤติกรรมการเปิดรับข้อมูลไม่เหมือนกัน บางคนตรวจสอบอีเมลเป็นประจำ ขณะที่บางคนให้ความสนใจกับข้อความบนโทรศัพท์มือถือมากกว่า ดังนั้นการสื่อสารผ่านทั้งสองช่องทาง จะช่วยลดโอกาสที่ลูกค้าจะพลาดข้อมูลสำคัญ หากลูกค้ายังไม่เปิดอีเมล ธุรกิจก็สามารถใช้ SMS แจ้งเตือนหรือนำกลับไปยังเนื้อหาและข้อเสนอที่ต้องการนำเสนอได้

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรส่งข้อความซ้ำกันทุกช่องทางโดยไม่มีการวางแผน แต่ควรกำหนดบทบาทให้แต่ละช่องทางอย่างชัดเจนว่าจะส่งแคมเปญประเภทไหน ดังนั้นจึงควรใช้จุดแข้งแต่ละช่องทางให้เป็นประโยชน์

 

2. ช่วยให้ธุรกิจสามารถสื่อสารได้ครบทั้งข้อมูล และความรวดเร็ว

อีเมลมีพื้นที่เพียงพอสำหรับอธิบายข้อมูลอย่างละเอียด เช่น จุดเด่นของสินค้า ตารางราคา เงื่อนไขบริการ และกรณีศึกษาจากลูกค้า ส่วน SMS เหมาะกับข้อความสั้นที่ต้องการให้ลูกค้าดำเนินการทันที

ดังนั้นเมื่อใช้ร่วมกัน ธุรกิจจึงสามารถสื่อสารได้ทั้งในมิติของการให้ข้อมูลและการกระตุ้นการตอบสนอง โดยไม่จำเป็นต้องยัดรายละเอียดทั้งหมดไว้ในข้อความเดียว

 

3. สร้างประสบการณ์แบบ Personalized Marketing

การตลาดที่มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่การส่งข้อความเดียวกันให้ลูกค้าทุกคน แต่คือการสื่อสารให้สอดคล้องกับความต้องการและสถานะของลูกค้าแต่ละกลุ่ม

โดยการใช้งาน EmailMKT และ SMSMKT ธุรกิจสามารถแบ่งกลุ่มลูกค้าตามข้อมูล เช่น ประวัติการซื้อ ความสนใจ พื้นที่ ระดับสมาชิก หรือช่วงเวลาที่มีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ จากนั้นจึงออกแบบ Email และ SMS ให้เหมาะกับแต่ละกลุ่ม ตัวอย่างเช่น ลูกค้าที่เคยซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลผิวมันอาจได้รับอีเมลแนะนำผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเดียวกัน พร้อม SMS แจ้งคูปองพิเศษเฉพาะบุคคล 

ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้ข้อความมีความเกี่ยวข้องกับความสนใจของลูกค้า มากกว่าการส่งโปรโมชันแบบเดียวกันให้ฐานลูกค้าทั้งหมด

 

4. กระตุ้น Conversion ได้ตลอด Customer Journey

EmailMKT และ SMSMKT สามารถทำงานร่วมกันได้ในหลายช่วงของเส้นทางลูกค้า ตั้งแต่ก่อนซื้อ ระหว่างการตัดสินใจ ไปจนถึงหลังการขาย

โดยก่อนลูกค้าจะตัดสินใจซื้อ ธุรกิจสามารถใช้อีเมลให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและสร้างความน่าเชื่อถือ จากนั้นใช้ SMS ส่งข้อเสนอเพื่อกระตุ้นให้เกิดคำสั่งซื้อ และหลังจากที่ลูกค้าซื้อแล้ว ธุรกิจสามารถส่งอีเมลสรุปรายละเอียดการสั่งซื้อหรือแนะนำวิธีใช้งาน พร้อมส่ง SMS แจ้งสถานะการจัดส่ง หลังจากนั้นอาจใช้อีเมลแนะนำสินค้าเพิ่มเติม และส่ง SMS แจ้งสิทธิพิเศษสำหรับการซื้อครั้งต่อไป 

ซึ่งการสื่อสารที่ต่อเนื่องนี้ ช่วยเพิ่มทั้งโอกาสปิดการขาย การซื้อซ้ำ และความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า

 

5. วางแผนแคมเปญได้อย่างเป็นระบบ

เมื่อธุรกิจ สามารถแยกบทบาทของ EmailMKT และ SMSMKT อย่างเหมาะสม ทีมการตลาดจะสามารถวางลำดับการสื่อสารได้ชัดเจนขึ้น เช่น

  • ส่งอีเมลเปิดตัวแคมเปญและนำเสนอรายละเอียด
  • ส่งอีเมลแนะนำสินค้าที่เหมาะกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม
  • ส่ง SMS แจ้งเตือนเมื่อโปรโมชันใกล้หมดเวลา
  • ส่งอีเมลขอบคุณและแนะนำสินค้าที่เกี่ยวข้องหลังการซื้อ
  • ส่ง SMS มอบคูปองสำหรับการกลับมาซื้อครั้งถัดไป

แทนที่จะส่งข้อความเป็นครั้ง ๆ ธุรกิจสามารถสร้างกระบวนการสื่อสารที่เชื่อมต่อกันและวัดผลเพื่อนำไปปรับปรุงแคมเปญในอนาคตได้

 

ตัวอย่างแคมเปญที่ใช้ EmailMKT และ SMSMKT ร่วมกัน

 

1. แคมเปญต้อนรับสมาชิกใหม่

หลังจากลูกค้าสมัครสมาชิก ธุรกิจสามารถส่งอีเมลต้อนรับเพื่อแนะนำแบรนด์ สินค้า และสิทธิประโยชน์ จากนั้นส่ง SMS พร้อมโค้ดส่วนลดสำหรับการซื้อครั้งแรก เพื่อสร้างแรงกระตุ้นให้สมาชิกใหม่เริ่มใช้งานหรือสั่งซื้อ

 

2. แคมเปญ Flash Sale

ก่อนเริ่มแคมเปญ ธุรกิจส่งอีเมลเพื่อเปิดตัวสินค้าและแจ้งรายละเอียดโปรโมชัน เมื่อ Flash Sale เริ่มต้นจึงส่ง SMS พร้อมลิงก์เข้าสู่หน้าสั่งซื้อ และส่ง SMS อีกครั้งก่อนหมดเวลาเฉพาะลูกค้าที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ์

 

3. แคมเปญติดตามลูกค้าที่สนใจ

หากลูกค้าลงทะเบียนขอข้อมูล ดาวน์โหลดเอกสาร หรือแสดงความสนใจในบริการ ธุรกิจสามารถส่งอีเมลที่มีรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมกรณีศึกษาหรือคำถามที่พบบ่อย จากนั้นใช้ SMS แจ้งช่องทางสำหรับติดต่อทีมขายหรือนัดหมายรับคำปรึกษา

 

4. แคมเปญดูแลลูกค้าเก่า

ธุรกิจสามารถส่งอีเมลแนะนำสินค้าใหม่หรือสิทธิประโยชน์ตามประวัติการซื้อ แล้วใช้ SMS แจ้งคูปองวันเกิด คะแนนสะสมใกล้หมดอายุ หรือข้อเสนอเฉพาะสมาชิก วิธีนี้ช่วยรักษาความสัมพันธ์และเพิ่มโอกาสในการซื้อซ้ำ

 

ใช้ Email และ SMS ทำการตลาดอย่างไร ให้ลูกค้าไม่รู้สึกถูกรบกวน ?

 

ถึงแม้ EmailMKT และ SMSMKT จะช่วยเพิ่มการเข้าถึง แต่หากส่งข้อความบ่อยเกินไปหรือไม่เกี่ยวข้องกับผู้รับ ก็อาจทำให้ลูกค้ารู้สึกรำคาญและลดความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ได้

ดังนั้น ก่อนธุรกิจจะส่งแคมเปญ ธุรกิจควรคำนึงถึงหลักสำคัญดังต่อไปนี้

  • ส่งข้อความให้เฉพาะกลุ่มที่ยินยอมรับข่าวสาร
  • แบ่งกลุ่มผู้รับให้เหมาะกับเนื้อหา
  • กำหนดความถี่ในการส่งอย่างพอดี
  • หลีกเลี่ยงการส่ง Email และ SMS ที่มีเนื้อหาซ้ำกันทั้งหมด
  • ระบุชื่อแบรนด์และวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน
  • ใช้ Call-to-Action ที่เข้าใจง่าย
  • เปิดโอกาสให้ผู้รับยกเลิกการรับข่าวสารได้
  • วิเคราะห์ผลลัพธ์และปรับแคมเปญอย่างสม่ำเสมอ

เพราะหัวใจสำคัญ คือทุกข้อความต้องสร้างคุณค่าให้ผู้รับ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สิทธิพิเศษ การแจ้งเตือนที่จำเป็น หรือข้อเสนอที่ตรงกับความสนใจ

 

สรุป : EmailMKT และ SMSMKT คอมโบที่ช่วยให้การตลาดเข้าถึงลูกค้าได้มากกว่าเดิม

 

การทำการตลาดในยุคที่ลูกค้ามีตัวเลือกจำนวนมาก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการส่งข้อความให้มากที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับการเลือกช่องทางและจังหวะการสื่อสารให้เหมาะสม

EmailMKT ช่วยให้ธุรกิจนำเสนอข้อมูลได้อย่างละเอียด สวยงาม และสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว ส่วน SMSMKT ช่วยส่งข้อความสำคัญเข้าสู่โทรศัพท์มือถือได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกระตุ้นให้ลูกค้าดำเนินการในช่วงเวลาที่เหมาะสม

เมื่อนำทั้งสองแพลตฟอร์มมาใช้งานร่วมกัน ธุรกิจจะสามารถออกแบบการสื่อสารที่ครอบคลุมมากขึ้น ตั้งแต่การสร้างการรับรู้ ให้ข้อมูล ติดตามความสนใจ กระตุ้นการสั่งซื้อ ไปจนถึงการสร้างยอดขายซ้ำ ดังนั้น EmailMKT และ SMSMKT จึงเป็นคอมโบการตลาดที่ช่วยให้ทุกข้อความทำงานได้อย่างมีเป้าหมาย พร้อมยกระดับการเข้าถึงลูกค้าและเปลี่ยนการสื่อสารธรรมดาให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจในทุกช่วงของ Customer Journey

 

 

สนใจใช้งาน Email และ SMS Marketing ติดต่อ

LIne : @SMSMKT

line chat