เชื่อว่าคนทำธุรกิจออนไลน์ ต้องเคยเจอปัญหาน่าปวดหัวอย่างการทิ้งตะกร้าสินค้า ลูกค้าเข้ามาเลือกดูของ กดใส่ตะกร้าไว้ดิบดี แต่สุดท้ายก็หายเงียบไปเลย แล้วเราจะเรียกพวกเขากลับมาได้ยังไง? คำตอบคือการใช้ SMS Retargeting นั่นเองค่ะ เพราะมีความรวดเร็ว เข้าถึงง่าย และมีอัตราการเปิดอ่านสูงถึง 98% เลยทีเดียว ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้พาไปทำความเข้าใจว่า SMS Retargeting คืออะไร กันไปแล้ว
วันนี้เราจะมาเจาะลึกการทำ SMS Retargeting พร้อมทริคการสร้าง workflow ดักลูกค้าที่ทิ้งตะกร้าไว้ ให้กลับมาปิดดีลในไม่กี่นาทีกันค่ะ
เพราะความแตกต่างระหว่างการใช้ SMS กับช่องทางอื่นคือความไวค่ะ ลูกค้าที่เพิ่งทิ้งตะกร้าไป คือกลุ่มที่มีความต้องการซื้อ (Intention) สูงที่สุด แต่เขาอาจจะแค่โดนขัดจังหวะด้วยสายเรียกเข้า อินเทอร์เน็ตหลุด หรือแค่ลังเลเรื่องค่าส่ง การส่ง SMS กลับไปสะกิดในจังหวะที่เขายังจดจำสินค้าได้แม่นยำอยู่ เป็นโอกาสที่จะดึงลูกค้าให้กลับมาปิดการขายได้ดีที่สุดเลยล่ะค่ะ
ซึ่งข้อดีของการทำ SMS Retargeting คือ
คราวนี้การที่เราจะเปลี่ยนตะกร้าที่ลูกค้ากดทิ้งไว้ ให้เป็นยอดขายได้ ต้องมีการวางแผนขั้นตอนเป็น Step ดังนี้ด้วย
อย่างแรกเลย คือระบบหลังบ้านของเราเองค่ะ เช่น ระบบ POS, CRM, Ecommerce หรือเว็บไซต์ธุรกิจ ต้องเชื่อมระบบ SMS Gateway ได้ เพื่อให้รู้ว่าใครคือคนที่กดสินค้าใส่ตะกร้าแต่ยังไม่ Check out และที่สำคัญคือต้องมีเบอร์โทรศัพท์ของลูกค้าจากการสมัครสมาชิกหรือหน้ากรอกข้อมูลจัดส่งด้วยนะคะ
การเขียนข้อความให้โดนใจ ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะด้วยความที่ SMS ต้องเน้นความเร็ว ข้อความที่ส่งไปต้อง กระชับ สุภาพ และมีความเป็นกันเอง พร้อมกับยื่นสิทธิประโยชน์ที่น่าสนใจ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าซื้อตอนนี้คุ้มที่สุด จนต้องรีบตัดสินใจจ่ายเงินทันที
และสุดท้าย คือการตั้งค่า Automation ให้ระบบส่ง SMS ออกไปภายใน 10 นาที หลังจากเราเจอว่าลูกค้าทิ้งตะกร้าเอาไว้ เพราะถ้าเร็วกว่านั้นอาจจะดูเร่งเกินไป แต่ถ้าช้ากว่านี้ลูกค้าอาจจะไปซื้อร้านคู่แข่งหรือไม่อยากช้อปไปแล้วก็ได้
ถ้าจะให้การทำ SMS Retargeting ได้ผล ข้อความที่เราส่งไปสะกิดลูกค้าต้องเน้นความกระชับ อ่านง่าย และมีแรงจูงใจที่ชัดเจน ลองหยิบไอเดีย 2 สไตล์นี้ไปปรับใช้ได้เลย
วิธีนี้ใช้ได้ดีมากกับสินค้าที่เป็นที่นิยม หรือช่วงที่สต็อกเริ่มเหลือน้อย เพื่อช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้เร็วขึ้นเพราะไม่อยากพลาดของชิ้นที่เล็งไว้ค่ะ
ยกตัวอย่างเช่น “ไม่พลาด Collection ใหม่ สินค้าในตะกร้าเหลือ 2 ชิ้นสุดท้ายแล้วนะคะ! รีบก่อนของหมด คลิกช้อปต่อเลยที่ www.Chabag-Love”
ถ้าส่งรอบแรกไปแล้วลูกค้ายยังเงียบอยู่ ลองใช้วิธีการมอบส่วนลดเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือส่งฟรี วิธีนี้จะช่วยตัดความลังเล และทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าซื้อตอนนี้คุ้มที่สุดค่ะ
ตัวอย่างเช่น “พิเศษเฉพาะคุณเอ! รับส่วนลด 5% ทันทีเพื่อกระเป๋า Love Month ใบโปรดของคุณ ช้อปเลยที่ www.Chabag-Love/Pro5off”
ทริคเพิ่มเติม การใส่ชื่อลูกค้าเข้าไปด้วยจะช่วยให้เขารู้สึกว่าเป็นคนพิเศษ และที่สำคัญคือต้องใช้ลิงก์ย่อที่กดแล้วเด้งไปหน้าชำระเงินได้ทันที จะช่วยให้ปิดการขายได้ไวขึ้นเยอะเลยค่ะ
การส่ง SMS กลับไปหาลูกค้าที่เคยสนใจสินค้าเรา ไม่ใช่แค่การสะกิดเตือนเฉย ๆ แต่ต้องสร้างประสบการณ์ที่ดีให้เขาอยากกลับมาปิดการขาย ลองเอา 4 เทคนิคนี้ไปปรับใช้ดูนะคะ
กลยุทธ์ SMS Retargeting จะช่วยดึงลูกค้าที่ทิ้งตะกร้าสินค้าไว้ให้กลับมาซื้อได้อีกครั้ง เพราะเป็นช่องทางที่รวดเร็ว และเข้าถึงลูกค้าได้โดยตรง และถ้ามีการวาง Workflow ให้ระบบส่งข้อความแบบอัตโนมัติ ก็จะช่วยลดเวลาในการทำการตลาด พร้อมเพิ่มโอกาสปิดการขายให้ธุรกิจได้มากขึ้นค่ะ
สำหรับธุรกิจที่กำลังมองหาบริการส่ง SMS แบบครบวงจร พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาโซลูชันที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ แอด LINE: @SMSMKT ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลย