Seasonal Marketing คืออะไร ? เทคนิคเพิ่มยอดการขายตามฤดูกาล

author avatar Benz Waraporn

รู้ไหมคะ ? ว่ากลยุทธ์การขายสินค้าตามฤดูกาล จะช่วยให้ธุรกิจขายสินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้ซื้อมากขึ้น อย่างที่เห็นกันมาทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นฤดูฝนที่ธุรกิจร้านอาหารในแพลทฟอร์มเดริเวอร์รี่จะขายดี เพราะการโปรโมทว่าไม่ต้องออกไปซื้อของทำกับข้าวในฤดูฝน ก็สามารถมีมื้ออร่อยได้ หรือหน้าร้อนที่ธุรกิจท่องเที่ยวจะโปรโมทเรื่องการดับร้อนที่ทะเล และหน้าหนาวกับการโปรโมทช่วงสิ้นปี ว่าเป็นเทศการแห่งการให้ ซึ่งกลยุทธ์แบบนี้จะทำให้การมีส่วนร่วมของลูกค้ากับธุรกิจเกิดขึ้นตลอดทั้งปี อีกทั้งยังช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงความต้องการของลูกค้าได้อย่างแม่นยำและตรงกับความต้องการในช่วงนั้นอีกด้วย 

ดังนั้นบทความนี้ SMSMKT จะพาคุณไปรู้จัก Seasonal marketing ว่าคืออะไร มีความสำคัญยังไงกับธุรกิจ และทำไมธุรกิจถึงควรใช้ SMS Marketing ในการส่งข้อความที่อบอุ่น พร้อมโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะเทศกาล

 

Seasonal Marketing คืออะไร?

 

Seasonal Marketing หรือ การตลาดตามฤดูกาล คือ การปรับแต่งกลยุทธ์การตลาดเพื่อการส่งเสริมการขายสินค้าหรือบริการ ให้สอดคล้องกับฤดูกาลหรือเทศกาลสำคัญต่างๆที่จะเกิดขึ้น เพื่อเพิ่มยอดขายและสร้างการมีส่วนร่วม   

ซึ่งการทำการตลาดแบบนี้จะช่วยให้ธุรกิจสามารถตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะช่วงเวลาของลูกค้าและผู้ใช้บริการได้ นอกจากนี้ การตลาดตามฤดูกาลยังแตกต่างจากการตลาดทั่วไป เพราะมีการกำหนดกรอบเวลาเฉพาะ และการปรับแคมเปญให้เข้ากับช่วงเวลาหรือวัฒนธรรมในขณะนั้น ทำให้ธุรกิจมีโอกาสในการสื่อสารที่ตรงใจและสร้างความเกี่ยวข้องกับลูกค้าในช่วงเวลาสำคัญ

 

5 เหตุผลทำไมธุรกิจ ถึงควรทำ Seasonal Marketing 

Seasonal Marketing หรือการตลาดตามฤดูกาลไม่ใช่แค่โปรโมชั่นช่วงเทศกาลเท่านั้น แต่คือ กลยุทธ์เข้าถึงทางอารมณ์ (Emotional Marketing Strategy) ที่ธุรกิจจะะเข้าใจความสำคัญของช่วงเวลา ความรู้สึก ความต้องการ และพฤติกรรมของลูกค้า ในแต่ละฤดูอย่างลึกซึ้ง และนี่คือ 5 เหตุผลสำคัญ ว่าทำไมธุรกิจไม่ควรมองข้ามกาลตลาดตามฤดูกาล

1. การตลาดตามฤดูกาลช่วยเพิ่มการจดจำแบรนด์ (Brand Awareness)

ในแต่ละฤดูกาล ผู้บริโภคจะมีสิ่งที่คุ้นเคย และรอคอยเสมอ อย่างเช่นในฤดูหนาวคือเทศกาลแห่งการให้ของขวัญ หรือฤดูร้อนคือช่วงเวลาแห่งการท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่งหากธุกิจเข้าใจและสามารถสื่อสาร หรือโปรโมทสินค้าและบริการ ให้ตรงกับความต้องการเหล่านี้ได้ จะช่วยให้ธุรกิจกลายเป็นส่วนหนึ่งของฤดูกาลนั้น ๆ ในใจลูกค้า

ตัวอย่างเช่น : ในปี 2024 Starbucks ได้ออกเครื่องดื่ม Peppermint Mocha เฉพาะช่วงคริสมาสต์ พร้อมแก้วดีไซน์พิเศษที่อยากจะทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงบรรยากาศวันคริสต์มาส ทุกครั้งที่ถือแก้วนี้  กลยุทธ์นี้ถือว่าเป็นการสร้าง Brand Memory ให้กับลูกค้า ซึ่งถ้าหากมีแบบนี้เรื่อยๆ ลูกค้าที่ชื่นชอบ Starbucks จะรอซื้อดีไซต์หน้าหนาวไปในทุกๆปี

 

2. การตลาดตามฤดูกาลช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้า (Engagement)

ฤดูกาลพิเศษและเทศกาลสำคัญต่าง ๆ คือช่วงเวลาที่ลูกค้าจะมีส่วนร่วมมากที่สุด ดังนั้นการทำการตลาดตามฤดูกาล จึงเป็นโอกาสทองในการสร้าง Engagement ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ให้ธุรกิจ เช่น กิจกรรมในโซเชียลมีเดีย ที่ลูกค้าสามารถแชร์โมเมนต์พิเศษในการใช้บริการ ซึ่งนอกจากสามารถเพิ่ม Engagement แล้วยังทำให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ผ่านการแชร์ในโซเชียลมีเดีย

ตัวอย่างเช่น: ร้านกาแฟ SMSMKT จัดกิจกรรม “Your winter cup of coffee “ โดยให้ลูกค้าแชร์รูปแก้วกาแฟลายพิเศษสำหรับหน้าหนาว พร้อมแฮชแท็ก #WarmCupMomentswithSMSMKT แล้วสุ่มแจกคูปองส่วนลด หรือรางวัลสำหรับเมนูเครื่องดื่มฟรี

 

3. การตลาดตามฤดูกาลช่วยเปิดโอกาสในการสร้างสรรค์ความคิด (Creative Thinking)

เพราะฤดูกาลใหม่คือโอกาสใหม่ในการแสดงอะไรใหม่ๆ เพื่อสร้างความตื่นเต้นให้ลูกค้า ซึ่งธุรกิจสามารถใช้ช่วงเวลานี้ในการทดลองสิ่งใหม่ ๆ ทั้งในแง่ของ สินค้า บริการ หรือแนวคิดทางการตลาด เพราะนอกจากจะสร้างรายได้เฉพาะช่วงแล้ว ยังช่วยให้แบรนด์มีภาพลักษณ์ที่ทันสมัย ไม่จำเจ และมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ

ตัวอย่างเช่น : ในปี 2020 แบรนด์แฟชั่นอย่าง UNIQLO ได้เปิดตัวเสื้อ HEATTECH สำหรับฤดูหนาว พร้อมคอนเทนต์ให้ความรู้เรื่อง “เทคโนโลยีเนื้อผ้าอบอุ่น” จนกลายเป็นจุดขายหลักของแบรนด์ในฤดูหนาวมาถึงปัจจุบัน

 

4. การตลาดตามฤดูกาลเพิ่มโอกาสในการต่อยอดการขาย (Cross-Selling / Upselling)

ช่วงเทศกาลคือช่วงเวลาที่ลูกค้าพร้อมและยินดีใช้จ่ายมากกว่าปกติ อาจจะเป็นเพราะกลับต่างจังหวัดช่วงปีใหม่ ต้องซื้อของขวัญให้ครอบครัวในตรุษจีน หรืออยากให้รางวัลตัวเองในช่วงคริสมาสต์ ซึ่งธุรกิจสามารถใช้จุดนี้ในการเพิ่มยอดขาย โดยการเสนอสินค้าเสริม เพื่อขายสินค้าที่อาจจะขายไม่ดีในช่วงปกติ หรืออัปเกรดสินค้าเดิมให้ดูคุ้มค่ามากน

ตัวอย่างเช่น :  ช่วงต้นปี Watsons จะจัดโปรชิ้นที่ 2 ราคา 1 บาท เพื่อให้ลูกค้ารู้สึดถึงความคุ้มค่า และทำให้สินค้าที่ค้างสต็อคมาทั้งปี สามารถขายได้ 

 

5. การตลาดตามฤดูกาลช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับลูกค้า (Customer Relationship)

ในข้อสุดท้ายและแอดมินขอบอกเลยว่าสำคัญที่สุด เพราะการตลาดตามฤดูกาลคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเชื่อมโยงธุรกิจกับหัวใจลูกค้า เพื่อสร้าง Customer Loyalty เพราะในความเป็นจริงแล้ว ลูกค้ามักจะจดจำธุรกิจหรือแบรนด์ที่ทำให้เขารู้สึกดี มากกว่าที่ลดราคาหนักที่สุดเสมอ ดังนั้นการเสนอโปรโมชั่นที่ตรงใจ การดูแลที่ครอบคลุม หรือการแสดงว่าลูกค้าคือคนพิเศษ ในช่วงเวลาสำคัญ จะทำให้ลูกค้ารู้สึกดี และอยากใช้บริการไปเรื่อยๆ 

ตัวอย่างเช่น : การส่งข้อความขอบคุณ หรืออวยพรให้ลูกค้า เช่น  “ SMSMKT ขอขอบคุณที่อยู่กับเราตลอดปีที่ผ่านมา ขอให้คุณมีความสุขในทุกวันของฤดูหนาวนี้” สามารถทำให้ลูกค้ารู้สึกดี และเพื่อความภักดีได้  

 

ทำไมธุรกิจควรใช้ SMS Marketing ในการทำการตลาดตามฤดูกาล

 

1. เข้าถึงได้ทุกกลุ่มลูกค้า ไม่จำเป็นต้องเป็นแค่ผู้ใช้สมาร์ทโฟน

เพราะไม่ว่าลูกค้าจะเป็นใคร อยู่เมืองใหญ่หรือต่างจังหวัด โทรศัพท์มือถือคือสิ่งที่ลูกค้าพกติดตัวตลอดเวลา ดังนั้นจึงทำให้การตลาดทางข้อความ SMS สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทันที ซึ่งต่างจากช่องทางออนไลน์ที่ต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ตหรือแอปพลิเคชันเฉพาะ ซึ่งถือว่าเป็นจุดแข็งนี้ทำให้ SMS กลายเป็นเครื่องมือที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสื่อสารในทุกสถานการณ์  โดยเฉพาะช่วงเทศกาลปลายปีที่ผู้คนเดินทางและใช้เวลาอยู่นอกบ้านมากขึ้น

 

2. สร้างผลตอบรับอย่างรวดเร็ว ด้วยอัตราการเปิดอ่านกว่า 90% ภายใน 3 นาที

ข้อความ SMS ช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ สถิติจาก Esendex ระบุว่า อัตราการเปิดอ่านของ SMS สูงกว่าอีเมลและกว่า 45% ของผู้รับจะตอบสนองต่อข้อความภายใน 3 นาที ดังนั้นหากธุรกิจต้องการการตอบรับ และการเข้าถึงที่สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา การเลือกใช้ SMS Marketing อาจจะมีประสิทธิภาพมากกว่าช่องทางอื่น 

 

3. สร้างความรู้สึกพิเศษและความผูกพัน (Emotional Connection) กับลูกค้า

ไม่ว่าจะเป็นฤดูร้อนที่ผู้คนต้องการออกจากบ้านไปหาที่ดับร้อน หรือฤดูหนาวที่ผู้คนมักมองหาความอบอุ่น การส่งข้อความสั้น ๆ ที่แฝงความใส่ใจ จึงสามารถเปลี่ยนข้อความการตลาด ให้กลายเป็นการสื่อสารด้วยความรู้สึก ( Emotional Communication) ได้อย่างแนบเนียน จากการ Personalize เพราะแคมเปญหรือข้อความเหล่านี้ ไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง แต่0tสร้างประสบการณ์อบอุ่นใจให้ลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์นี้ใส่ใจฉันจริง ๆ ซึ่งผลลัพธ์ก็คือความสัมพันธ์ระยะยาว (Customer Loyalty) ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ระหว่างธุรกิจกับลูกค้า

 

Tips : เสริมประสิทธิภาพของ Seasonal Marketing ด้วยกลยุทธ์ Personalization

 

จากข้อความข้างต้นในข้อ 3 อีกหนึ่งเหตุผลที่ SMS ยังคงทรงพลัง คือ ความสามารถในการทำ Personalization ผ่านรูปแบบข้อความ หรือการจัดวางแคมเปญ ซึ่งสามารถระบุชื่อผู้รับ ประเภทสินค้าโปรด หรือพฤติกรรมการซื้อก่อนหน้า เพื่อส่งข้อความที่ใช่และตรงใจมากขึ้น 

ตัวอย่างเช่น :  ขอบคุณที่สั่งสินค้ากับเราในปีนี้ รับส่วนลดพิเศษ 20% สำหรับ Platinum Member ในคำสั่งซื้อถัดไป ภายใน 31 ธ.ค. 2025 นี้

และข้อความลักษณะนี้ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้รับการดูแลและสิทธิพิเศษแบบเฉพาะตัว (Exclusive Care) ซึ่งช่วยเพิ่ม Conversion Rate ได้มากกว่าข้อความทั่วไปถึง 3 เท่า

 

ดังนั้นในปัจจุบันที่การแข่งขันทางการตลาดสูง และลูกค้ายังมีทางเลือกอีกมากมาย ดังนั้นการตลาดตามฤดูกาล จึงเป็นวิธีที่ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจ และสนิทสนมกับลูกค้าได้ลึกซึ้งกว่าเดิม โดยเฉพาทางข้อความ SMS Marketing ที่สามารถส่งข้อความสั้น ๆ แต่เข้าถึงใจได้อย่างรวดเร็ว เพราะบางครั้ง “ข้อความที่เข้าใจเพียง 1 ข้อความ” ก็อาจทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงคุณค่าของธุรกิจได้มากกว่าการลดราคา 50% ก็เป็นไปได้

 

อย่ามัวรอช้า ! สนใจสร้างกลยุทธ์ Seasonal Marketing ให้กับธุรกิจ ด้วย SMS Marketing แบบครบวงจร 

ติดต่อเราได้เลยที่ : @SMSMKT

line chat